20150512 GM Sustainability Report - 1 - Th

กรุงเทพฯ ประเทศไทย เจนเนอรัล มอเตอร์ส เปิดเผยรายงานความยั่งยืนของบริษัทฯ ซึ่งพนักงาน 216,000 คนทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยร่วมกันทำตามเป้าหมายและค่านิยมใหม่ของจีเอ็มด้วยการดูแลและเพิ่มลูกค้าที่รักภักดีในแบรนด์ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่มีความสำคัญ และสนับสนุนชุมชนที่จีเอ็มดำเนินธุรกิจอยู่

การดำเนินการเหล่านี้นำโดยแมรี่ บาร์ร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของจีเอ็ม เพื่อมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมความยั่งยืนขององค์กรด้วยการสร้างยานยนต์ที่ปลอดภัยยิ่งกว่าและชาญฉลาดยิ่งขึ้นพร้อมกับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง

“จีเอ็มจะเป็นผู้นำในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์พร้อมกับดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” บ็อบ เฟอร์กูสัน รองประธานอาวุโสฝ่ายนโยบายรัฐกิจของจีเอ็ม โกลเบิล กล่าว “พนักงานจีเอ็มทุกคนตั้งแต่ในห้องแล็บทดลองไปจนถึงสายการผลิตกำลังขับเคลื่อนโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วยการยกระดับการเดินทางแห่งอนาคต”

ด้วยความเชื่อมั่นว่ารถพลังงานไฟฟ้าคือการขับเคลื่อนแห่งอนาคต จีเอ็มลงทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและผลิตรถพลังงานไฟฟ้าซึ่งเกิดขึ้นภายในองค์กรทั้งหมด ปัจจุบันจีเอ็มมีรถพลังงานไฟฟ้า 180,834 คันแล่นอยู่บนท้องถนนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 153,034 คันในปีพ.ศ. 2556

เชฟโรเลตมีการพัฒนารถพลังงานไฟฟ้าให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น ได้แก่:

  • การเพิ่มยอดขายสปาร์ก อีวี ในรัฐแมรี่แลนด์ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานอันแข็งแกร่ง
  • การมุ่งมั่นผลิตรถพลังงานไฟฟ้าสำหรับครอบครัวที่สามารถวิ่งได้ในระยะทาง 200 ไมล์ (321 กม.) และมีราคาประมาณ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับจำหน่ายใน 50 รัฐในสหรัฐอเมริกา
  • การออกแบบโวลต์ เจนเนอเรชั่นที่สอง ซึ่งจะส่งถึงผู้จัดจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้ให้มีราคาที่ต่ำกว่ารุ่นเดิม
  • การเปิดตัวมาลิบู เวอร์ชั่นไฮบริด ที่มีอัตราบริโภคน้ำมันเฉลี่ยในเมืองและนอกเมือง 47 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 9 กม./ลิตร)

นอกจากนี้คาดิลแลคยังได้ประกาศแผนการทำตลาดรถคาดิลแลค ซีที6 เวอร์ชั่นปลั๊กอินไบริด ขณะที่บูอิคมีการเสนอเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า e-Assist ในลาครอสและรีกัล

ความมุ่งมั่นของจีเอ็มครอบคลุมวิธีการปฏิบัติงานด้านการผลิตอย่างรับผิดชอบ ในปีพ.ศ. 2557 จีเอ็มยกเลิกการใช้แหล่งพลังงานถ่านหินในศูนย์การผลิตอเมริกาเหนือและเดินหน้าลงทุนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ปัจจุบันจีเอ็มใช้พลังงานหมุนเวียน 105 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจาก 66 วัตต์เมื่อปีที่แล้ว และจะเติบโตมากขึ้นกว่า 125 เมกะวัตต์ภายในปีพ.ศ. 2559 ด้วยการดำเนินโครงการพลังงานลมใหม่ล่าสุด นอกจากนี้จีเอ็มยังมีการเพิ่มแผงโซลาร์สี่แห่งและการใช้ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบที่ศูนย์การผลิตโอเรียน ทาวน์ชิพ รัฐมิชิแกน และฟอร์ต เวย์น รัฐอินเดียน่า พร้อมกับการใช้ไอน้ำสำหรับการผลิตที่ได้จากของเสียชุมชนที่ศูนย์การผลิตดีทรอยท์-แฮมแทรมค์

ศูนย์การผลิตแบบปลอดการฝังกลบ 122 แห่งของจีเอ็มได้จุดประกายเป้าหมายในการเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่มีศูนย์การผลิตทุกแห่งเป็นแบบปลอดการฝังกลบ โดยความมุ่งมั่นในการจัดการของเสียเหล่านี้ได้ช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ในขณะที่ความมุ่งมั่นในการจัดการวัสดุเหลือใช้ในปีพ.ศ. 2557 จำนวน 2.5 ล้านตัน ได้ช่วยลดปริมาณมลพิษคาร์บอนไดออกไซด์และอื่นๆ ลงได้มากกว่า 10 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าปริมาณการปล่อยมลพิษจากศูนย์การผลิตของจีเอ็มทั่วโลก

GM’s sustainability report covers a broad spectrum of efforts,ความคืบหน้าเกี่ยวกับความมุ่งมั่นในด้านการผลิตระดับโลก ปีพ.ศ. 2563 (2020 global manufacturing commitments) เมื่อเทียบกับแผนที่วางไว้ในปีพ.ศ. 2553

  • ลดความเข้มข้นการใช้น้ำลง 11 เปอร์เซ็นต์ มุ่งสู่เป้าหมาย 15 เปอร์เซ็นต์
  • ลดความเข้มข้นการใช้พลังงานและคาร์บอนลง 11 เปอร์เซ็นต์ มุ่งสู่เป้าหมาย 20 เปอร์เซ็นต์
  • ลดของเสียโดยรวมลง 23 เปอร์เซ็นต์ และกำหนดเป้าหมายใหม่ไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์

เมื่อปีที่แล้วศูนย์การผลิตรถกระบะของจีเอ็มในระยอง ประเทศไทย ซึ่งผลิตรถกระบะเชฟโรเลต โคโลราโด และรถเอสยูวี เทรลเบลเซอร์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 13 ศูนย์การผลิตของจีเอ็มทั่วโลกที่ได้รับรองมาตรฐานพลังงานเอเนอร์จี้ สตาร์ ชาลเลนจ์ สำหรับภาคอุตสาหกรรมจากหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา โดยจีเอ็ม ประเทศไทย สามารถลดความเข้มข้นของการใช้งานพลังงานในศูนย์การผลิตที่ระยองลง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยลดปริมาณมลพิษคาร์บอนไดออกไซด์ลงทั้งหมด 7,983 ตัน

โรงงานอุตสาหกรรมที่จะผ่านการรับรองมาตรฐานดังกล่าวได้นั้นจะต้องลดความเข้มข้นในการใช้พลังงานลง 10 เปอร์เซ็นต์ภายในห้าปีหรือน้อยกว่า ขณะที่ศูนย์การผลิตยานยนต์ในระยองของจีเอ็มได้รับรองมาตรฐานนี้ถึงสองปีติดต่อกัน

“ศูนย์การผลิตจีเอ็มในระยอง ประเทศไทย และทั่วโลก ได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการพลังงาน” เชาวฤทธิ์ บุญผ่องศรี ผู้จัดการฝ่ายพลังงานและสาธารณูปโภค กล่าว “ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจเป็นแรงผลักดันในการปฏิบัติงานที่ศูนย์การผลิตของเราในทุกวัน”

จีเอ็มได้จับมือกับหลายหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรม โดยความร่วมมือในปีที่ผ่านมา ได้แก่:

  • การเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลและองค์กรธุรกิจสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในการรับมือ
    กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและร่วมกันผลักดันนโยบายพลังงานสะอาดด้วยการสนับสนุนปฏิญญาว่าด้วยธุรกิจเพื่อนวัตกรรมสภาพอากาศและนโยบายพลังงานสภาพอากาศของกลุ่มเศรษฐกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมหรือเซเรส (Ceres Business for Innovative Climate and Energy Policy Climate Declaration)
  • การเข้าร่วมสถาบันทรัพยากรโลก กองทุนสัตว์ป่าโลก และกลุ่มบริษัทเพื่อสร้างหลักการของผู้ซื้อพลังงานหมุนเวียน เพื่อทำให้ทุกบริษัทสามารถจัดซื้อพลังงานหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น
  • การร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งศูนย์ธุรกิจหมุนเวียนซึ่งมีเป้าหมายในการเพิ่มศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์
    และพลังงานลมของสหรัฐอเมริกาขึ้นอีกเท่าตัวภายในปีพ.ศ. 2568
  • การจับมือเป็นพันธมิตรกับสภาธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหรัฐอเมริกาในการสร้างเครือข่ายการนำวัสดุกลับมาใช้ซึ่งของเสียขององค์กรหนึ่งสามารถเป็นแหล่งพลังงานสำหรับองค์กร หรือผู้ประกอบการรายอื่น
  • การทำงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในการประเมินโอกาสการลดคาร์บอนและน้ำเสียผ่านโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนหรือ CDP Action Exchange
Our Facebook Fan Page
Lastest Content
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
การทำงานหม้อน้ำ
รีเลย์ในรถยนต์
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
มอเตอร์สตาร์ท
ชนิดหัวเผาเครื่องยนตดีเซล
VDO Clip
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
การทำงานหม้อน้ำ
รีเลย์ในรถยนต์
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
มอเตอร์สตาร์ท
ชนิดหัวเผาเครื่องยนตดีเซล