บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ในไทย พร้อมเดินหน้าพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ประกาศเปิดตัว ฮอนด้า สเตปแวกอน สปาด้า และ ฮอนด้า ฟรีด รุ่นปี 2013 ใหม่ ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ของสังคมไทย ที่มีการใช้ชีวิตอย่างสมดุลทั้งการทำงาน งานอดิเรก และการเติมเต็มความสุขในครอบครัว โดยจัดงานเปิดตัวรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น ภายใต้แนวคิด A New Step to Freedom of Living “ก้าวใหม่สู่อิสระแห่งการใช้ชีวิต” ที่สยามพารากอน พร้อมทั้งเปิดโครงการ Freed Your Mind Design Contest เชิญชวนนักศึกษาร่วมสร้างสรรค์การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในรถยนต์ฮอนด้า ฟรีด เพื่อการประกอบธุรกิจ

AD Freed New Final CS4

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “รถยนต์อเนกประสงค์ หรือ MUV (Multi Utility Vehicle) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในตลาดต่างๆ ทั้งในญี่ปุ่น และในยุโรปมาระยะหนึ่ง สำหรับประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาตลาดรถยนต์กลุ่มนี้มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ เนื่องจากลูกค้ามีการมองหารถยนต์ที่ใช้ประโยชน์ได้แบบ all-in-one ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและลงตัวทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ชีวิตการทำงาน ชีวิตส่วนตัว และชีวิตครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น รถยนต์อเนกประสงค์จึงเป็นคำตอบที่ลงตัวในทุกมิติ เพราะสามารถใช้เป็นยานพาหนะไปทำงาน ใช้ในการประกอบธุรกิจ ทั้งยังอำนวยความสะดวกสำหรับงานอดิเรกในวันว่าง และเติมความสุขร่วมกับครอบครัวได้ในคันเดียว

สำหรับ ฮอนด้า ฟรีด และ สเตปแวกอน สปาด้า ใหม่ ที่เปิดตัวพร้อมกันทั้งสองรุ่นในวันนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการกระตุ้นตลาด MUV ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และเพื่อเติมเต็มความสุขในการขับขี่ควบคู่กับการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์”

ฮอนด้า สเตปแวกอน สปาด้า ใหม่ ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ด้วยรูปลักษณ์เรียบหรู โอ่โถง สะดวกสบายในทุกการเดินทาง สามารถรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ทุกรูปแบบตลอด 7 วัน ทั้งวันทำงานถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นพื้นที่แห่งความสุขกับชีวิตเหนือระดับของคุณและครอบครัว

Freed_Front

สเตปแวกอน สปาด้า ใหม่ มาพร้อมกับรูปลักษณ์ล้ำสมัย ให้มุมมองกว้างไกล ด้วยหลังคาแบบ Skyroof เพิ่มความโดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบโครมดำ ไฟหน้ารมดำแบบ HID ไฟหรี่แบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้า เพิ่มความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นกับชุดไฟท้ายแบบ LED คิ้วโครเมียมฝาประตูท้ายแบบโครมดำ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ภายในห้องโดยสารกว้างขวางด้วยเบาะที่นั่งแถวที่ 2 แบบแยกอิสระ ส่วนแถวที่ 3 สามารถปรับพับแบบแบนราบ เพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้มากขึ้น พร้อมเพิ่มความหรูหราด้วยเบาะหนังสไตล์พรีเมียม และพื้นห้องโดยสารแบบลามิเนต (ลายไม้) ประตูข้างแบบสไลด์อัตโนมัติ ซ้าย-ขวา ระบบไฟฟ้าพร้อมควบคุมด้วยรีโมท ให้การขึ้นลงได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน ทั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติและช่องปรับอากาศสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3 พร้อมด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่รวมระบบนำทางเนวิเกเตอร์และความบันเทิงเข้าด้วยกัน

ฮอนด้า สเตปแวกอน สปาด้า ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ i-VTEC 2.0 ลิตร 150 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้ความนุ่มนวลในทุกการขับขี่ พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เพิ่มความมั่นใจในทุกมุมมองกับไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว กระจกมองมุมด้านข้าง และกล้องส่องภาพด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ระบบ Idling Stop ช่วยลดการใช้พลังงานขณะรถหยุดนิ่งพร้อมสวิตช์เปิด-ปิด ระบบ Econ Mode ช่วยควบคุมเครื่องยนต์ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด Eco Coaching ระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน เพื่อช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น และยังรองรับพลังงานทางเลือก E20 พร้อมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานสากล ด้วยระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ถุงลมคู่หน้า และโครงสร้างตัวถังนิรภัย G-CON ให้ความมั่นใจทุกการขับขี่

ฮอนด้า สเตปแวกอน สปาด้า มีจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น EL ที่มาพร้อมเบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ พร้อมพื้นห้องโดยสารลามิเนต (ลายไม้) ในราคา 1,959,000 บาท และรุ่น E ที่มาพร้อมเบาะผ้าและวัสดุหนังสังเคราะห์ ส่วนพื้นห้องโดยสารเป็นพื้นพรม ในราคา 1,899,000 บาท โดยมีให้เลือก 2 สี คือ สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำพรีเมียมสปาร์คเคิล (มุก)

STEPWGN SPADA_Front

ฮอนด้า ฟรีด ใหม่ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกเฉียบคม ทันสมัย ตั้งแต่ด้านหน้าให้ความโฉบเฉี่ยวด้วยกระจังหน้า ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ และกันชนหน้าดีไซน์นำสมัย ไฟท้ายและคิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม พร้อมสปอยเลอร์หลังดีไซน์อย่างลงตัว และล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว โดดเด่นเหนือระดับกับประตูข้างสไลด์อัตโนมัติ ซ้าย-ขวา ให้ความสะดวกสบายและคล่องตัว แม้จอดในพื้นที่แคบ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับได้ 7 ที่นั่ง ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายสไตล์ พร้อมเพิ่มความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครัน อาทิ เครื่องเล่นดีวีดี พร้อมจอ LCD ระบบสัมผัส ขนาด 9 นิ้ว จำนวน 2 จอ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ฮอนด้า ฟรีด ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร 118 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พวงมาลัยไฟฟ้า EPS รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร ระบบความปลอดภัยครบครัน ถุงลมคู่หน้า ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรกEBD กล้องส่องภาพด้านหลัง เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้น

ฮอนด้า ฟรีด ใหม่ มีให้เลือกถึง 3 รุ่น คือ รุ่น EL ให้ความหรูหราด้วยเบาะหนัง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมมีอุปกรณ์ความบันเทิงเต็มรูปแบบ อาทิ เครื่องเล่นดีวีดี พร้อมจอ LCD ระบบสัมผัส ขนาด 9 นิ้ว จำนวน 2 จอ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง วิทยุ MP3 พร้อมจอ LCD ระบบสัมผัส 7 นิ้ว และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth จำหน่ายในราคา 959,000 บาท รุ่น ซึ่งเป็นรุ่นที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ให้ความหรูหราด้วยเบาะหนัง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และวิทยุ ซีดี MP3 แบบ 1 แผ่น จำหน่ายในราคา 879,000 บาท และรุ่น SE มาพร้อมกับความสะดวกสบายของเบาะผ้าสีเบจและอุปกรณ์มาตรฐาน ราคา 834,000 บาท ซึ่งอุปกรณ์มาตรฐานอาจแตกต่างกันเฉพาะรุ่น

ฮอนด้า ฟรีด ใหม่ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก-เพิ่มเงิน 10,000 บาท) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก-เพิ่มเงิน 6,000 บาท) สีน้ำตาลสปาร์คลิ่ง (เมทัลลิก)

เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปร่วมสัมผัสยนตรกรรมใหม่ทั้ง 2 รุ่น อย่างใกล้ชิด ฮอนด้ายังได้จัดงาน A new Step to Freedom of Living “ก้าวใหม่สู่อิสระแห่งการใช้ชีวิต” ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 ไปจนถึงวันที่ 29 กันยายน ศกนี้ ณ ลานแฟชั่น แกลลอรี่ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นอกจากนี้ฮอนด้ายังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ กับโครงการ Freed Your Mind Design Contest เป็นการประกวดการออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในฮอนด้า ฟรีด เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจ โดยเชิญชวนนักศึกษาระดับปริญญาตรีทั่วประเทศรวมทีมกับเพื่อนๆ 2-4 คน ส่งไอเดียเข้าร่วมประกวด เพื่อชิงทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท นักศึกษาที่สนใจสามารถส่งไอเดียเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 31 ตุลาคม 2556 ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะคัดเลือกผลงานที่โดดเด่นที่สุด 10 ทีมเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Workshop กับนักออกแบบชื่อดัง และในวันนำเสนอผลงาน คณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานชนะเลิศ และรองชนะเลิศ รวม 3 อันดับ ทั้งนี้ผลงานทั้ง 3 อันดับจะถูกนำไปผลิตจริงในฮอนด้า ฟรีด ใหม่ เพื่อร่วมในกิจกรรมประชาสัมพันธ์ของบริษัท และจัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ในเดือนพฤศจิกายนนี้ (สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/freedyourmind และ www.facebook.com/HondaSuperFan)

นับตั้งแต่ปี 2552 ที่ฮอนด้าเริ่มบุกเบิกตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย ก็สามารถสร้างเทรนด์การใช้รถอเนกประสงค์ให้คึกคักขึ้นในตลาด โดยในช่วงแปดเดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค. 2556) ยอดการจำหน่ายสะสมรวมของรถยนต์ฮอนด้า ฟรีด และสเตปแวกอน สปาด้า สูงถึง 5,845 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดรวมประมาณ 37% โดยเฉพาะฮอนด้า ฟรีด มียอดจำหน่ายสะสมจำนวน 4,931 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 31% และนับเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่ม MUV อีกด้วย

“ฮอนด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนฮอนด้าเป็นอย่างดีตลอดมา ซึ่งเป็นกำลังใจที่ทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าและร่วมเติบโตเคียงข้างสังคมไทยตลอดไป เรามั่นใจว่า ฮอนด้า สเตปแวกอน สปาด้า และฮอนด้า ฟรีด เป็นคำตอบที่ลงตัวในทุกมิติ ซึ่งตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ ทั้งในการใช้งานเพื่อธุรกิจ งานอดิเรกส่วนตัว และกิจกรรมเพื่อความสุขในครอบครัว โดยสามารถเติมเต็มความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ” นายพิทักษ์ กล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มีโรงงานผลิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ 530 ไร่ ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่เป็นอันดับหกของโรงงานฮอนด้าทั่วโลก รองจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน แคนาดาและสหราชอาณาจักร และเป็นหนึ่งในโรงงานที่ก้าวหน้าที่สุดและทันสมัยที่สุดในโลกของฮอนด้าทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการออกแบบสายการผลิตที่เหมาะสมกับการทำงานของพนักงาน ปัจจุบัน มีการจ้างงานพนักงานรวมกว่า 6,400คน ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 280,000 คันต่อปี และจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 300,000 คันต่อปีภายในต้นปี 2557 ผลิตรถยนต์ฮอนด้าทั้งหมด 10 รุ่นได้แก่ บริโอ้,  บริโอ้ อเมซ,  แจ๊ซ,  แจ๊ซ ไฮบริด,  ซิตี้,  ซิตี้ ซีเอ็นจี, ซีวิค, ซีวิค ไฮบริด,  แอคคอร์ด และซีอาร์-วี สำหรับจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ กว่า 65 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้ประกาศแผนการลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่มูลค่า 17,150 ล้านบาทในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีกำลังผลิต 120,000 คันต่อปี เริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2556 และคาดว่าจะเปิดเดินสายการผลิตในปี 2558

เกี่ยวกับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย
กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยบริษัท บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด  บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด  บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และบริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้ร่วมกันประกาศจัดตั้งกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 ซึ่งเป็นวันเปิดเดินสายการผลิตอีกครั้งของโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับประชาชนไทยในยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินงานภายใต้กองทุนดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที โดยมอบเงินสมทบ 1,000 บาทต่อการขายรถยนต์หนึ่งคัน  100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 1 เครื่อง

Our Facebook Fan Page
Lastest Content
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่
VDO Clip
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่