อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าช่วงเทศกาลไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ ประเทศไทยขึ้นชื่อในเรื่องการดื่มอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ใกล้ช่วงวันหยุดยาวขึ้นปีใหม่มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังวางแผนเดินทางกลับบ้าน แต่คุณรู้ไหมว่าทุกปีคนเสียชีวิตบนท้องถนนในช่วง 7 วันอันตรายนี้เท่าไหร่? 300 คน คือค่ามาตรฐานของทุกปี และสาเหตุที่นำโด่งมากที่สุดก็คือ “เมาแล้วขับ”

เราไม่ได้ห้ามคนดื่มนะครับ แต่เราอยากจะเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงให้คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ “งดขับรถ” เพื่อลดสถิติตัวเลข 300 ที่ยืนยาวมาเกือบ 10 ปีให้ลดน้อยถอยลง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาคุณรู้หรือไม่ว่าถ้าคุณ “เมาแล้วขับ” ถูกจับต้องเจอบทลงโทษอะไรบ้าง

170222_DriverALco_02

ณ ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มการกวดขันในการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์รวมไปถึงล่า การเพิ่มบทลงโทษแก่ผู้ที่เมาแล้วขับให้รุนแรงมากขึ้น โดยอัตราโทษใหม่หากมีการตรวจพบผู้ที่มี แอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์นั้นมีดังนี้

• เมาแล้วขับ
โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ / พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาต

• เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
โทษจำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000 – 100,000 บาท / พักใช้ในอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต

• เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส
โทษจำคุก 2-6 ปี และปรับ 40,000 – 120,000 บาท / พักใช้ในอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต

• เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
โทษจำคุก 3-10 ปี และปรับ 60,000 – 200,000 บาท / เพิกถอนใบอนุญาต

เห็นไหมล่ะครับว่าโทษจับ ปรับ ติดคุก น่ากลัวไม่น้อยซึ่งแต่ละข้อหาที่เกี่ยวกับเมาแล้วขับดูแรงๆ ทั้งนั้น แล้วคุณรู้อีกไหมล่ะว่า ถ้าคุณดื่มเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มันจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวคุณ?

เมื่อคนเราได้รับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ 40-50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะส่งผลต่อการตัดสินใจช้าลงประมาณ ครึ่งวินาที ถึง 1 วินาที มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุประมาณ 3 เท่า ขณะเดียวกัน หากมีปริมาณแอลกอฮอล์มากถึง 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็จะมีความเสี่ยงมากถึง 8 เท่า และถ้าสูงกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป จะมีความเสี่ยงมากถึง 40 เท่า อย่างกรณีดังกล่าวนี้ ปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 396 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะมีความเสี่ยงถึงขั้นชีวิต เนื่องจากปริมาณแอลกอฮอล์สูงมากอาจมีอาการช็อกได้

• แล้วเท่าไหร่ล่ะถึงจะอยู่ใน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ?

ตามกฎหมายระบุไว้ว่า หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุรา และ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ที่กำหนดไว้สามารถดื่มได้แค่ไหน? ก็ประมาณ เบียร์ 2 กระป๋องหรือ 2 ขวดเล็ก, สุราบรั่นดี 40% 6 แก้วผสมหรือ 6 ฝา, ไวน์ 1 แก้วไวน์

แบบนี้เท่ากับว่าเพียงแค่คุณดื่มเพียงนิดเดียวก็จะทำให้คุณเสี่ยงต่ออุบัติเหตุถึง 3 เท่า ดังนั้นเพื่อความรับผิดชอบต่อผู้ร่วมเดินทางบนท้องถนนและตัวท่านเอง เรามาช่วยหยุดตัวเลขสถิติสูญเสียเหล่านี้กันเถอะครับ “ลดเมาขณะขับเท่ากับลดความเสี่ยงให้เป็นศูนย์”

Our Facebook Fan Page
Lastest Content
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
การทำงานหม้อน้ำ
รีเลย์ในรถยนต์
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่
VDO Clip
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
การทำงานหม้อน้ำ
รีเลย์ในรถยนต์
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่