Engine Break

วันนี้เราจะมาอธิบายการทำ Engine break กันแบบง่ายๆนะครับ การทำ Engine break มีสิ่งที่เกี่ยวข้องอยู่หลักๆ 2 อย่าง นั้นคือเครื่องยนต์และระบบเกียร์ บอกไว้ก่อนเลยว่าการ Engine break นั้นสามารถทำได้ทั้งเกียร์ธรรมดา และออร์โต้

1359551074

เครื่องยนต์ทุกคนคงรู้จักกันมาแล้ว งั้นคราวนี้จะมาแนะนำเรื่องเกียร์กันซะหน่อยนอกจากเกียร์มีหน้าที่เป็นตัวดึงศักยะภาพของเครื่องยนต์แล้วยังเป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้เพื่อความปลอดภัยได้ด้วย เรามาดูเรื่องแรกที่เกี่ยวกับเกียร์กันก่อนนั้นคืออัตราทดเกียร์

ตัวอย่างของอัตราทดเกียร์

เกียร์ 1  3.83:1

เกียร์ 2  2.20:1

เกียร์ 3  1.40:1

เกียร์ 4  1.00:1

เกียร์ 5  0.81:1

เลขอัตราทดนี้จะบอกถึงขนาดเฟืองกียร์ที่เป็นตัวขับและตามได้ โดยด้านหน้าจะเป็นเฟืองขับที่รับแรงมาจากเครื่องยนต์และตัวหลังจะเป็นเฟืองตามที่มีขนาดคงที่ ดูแบบบ้านๆคือ เกียร์ 1 เฟืองขับหมุนได้ 3.83 รอบ จะได้เฟืองตามหมุนได้ 1 รอบ นั้นเอง

IMG_0012

ในเกียร์ 4 จะเป็นกียร์ที่มีการขับและการตามของเฟืองแบบไม่เสียเปรียบทางกลเฟืองขับจ่ายมาแค่ไหนเฟืองตามก็จะจ่ายออกเท่านั้นเหมือนกับเอาเครื่องยนต์ไปปั้นล้อโดยตรง (แต่ประสิทธิภาพที่ออกมาก็มีการสูญเสียทางกลอยู่เช่นแรงเสียดทานและความร้อน)

ในเกียร์ 5 เราเรียกกันว่าเกียร์ Over Drive เป็นกียร์ที่จะทำให้เกิดรอบการหมุนจัดที่สุดเพราะเป็นการได้เปรียบเชิงกลเป็นการใช้เฟืองใหญ่ขับเฟืองเล็กทำให้ผลลัพที่ออกมาได้รอบการหมุนที่จัดกว่าแต่ก็ต้องเสียกำลังการหมุนไป

ในการทำ Engine break  จะเห็นผลได้ในความเร็วตั้งแต่ 60 km/h ขึ้นไป แต่ประโยชน์ของ Engine break นั้นจะมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันในการขับด้วยความเร็วสูงตั้งแต่ 120 km/h เป็นต้นไปเพราะจะไปช่วยระบบเบรคในการชะลอความเร็วได้อย่างรวดเร็วและลดอาการเบรคจิกจนหน้าทิ่มได้ ส่วนการทำ Engine break  ในวงการรถแข่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะจะใช้เพื่อการลดความเร็วเข้าโค้ง และเพื่อการออกจากโค้งได้ด้วยอัตราเร่งที่ดีการปกติเพราะรอบเครื่องยนต์จะดีดสูงเมือเราเปลี่ยนอตัราทดนั้นเอง

หลักการทำงานก็ง่ายๆเลยอย่างที่เบื้องต้นได้ทราบการทำงานของอัตราทดกันมาแล้ว คราวนี้เรามาคิดย้อนกลับว่าหากเราขับรถมาด้วยเกียร์ 5 ด้วยอัตราเร็ว 140 km/h แล้วเราเชนเกียร์ลงเกียร์สามจะเกิดการตีรอบสูงขึ้นกว่าเดิมแต่ไม่สามารถดึงความเร็วให้ตกลงแล้วไม่สามารถดึงความเร็วขึ้นไปมากกว่าเดิมได้ เฟืองคงที่ที่เคยหมุนด้วยเฟือง Over Drive(0.81:1) นั้นอาจหมุนได้ 2000 รอบ/วินาที แต่เมื่อมาเจอเฟืองขับที่เป็นอัตราทด 1.40:1 อย่างเกียร์สาม จะเกิดการใช้แรงเฉือยมหาศาลจากเฟืองตามที่เคยมีรอบสูงแต่เมื่อมาเจอเกียร์ที่ให้รอบได้ต่ำกว่าจะโดนบังคับให้ต้องลดรอบการหมุนลงโดยจะถ่ายการหมุนไปยังเฟืองตามจนกระทั้งมีความเร็วเท่ากับเฟืองขับที่เชนลงมา ทำให้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นแต่ความเร็วของเฟืองตามจะลดลง รถของเราก็จะมีความเร็วลดลงได้เร็วกว้าเหยียบเบรคปกติ

ถึง Engine break จะมีประโยชน์มากมายแต่การใช้บ่อยๆก็ทำให้เกิดการสึกหลอได้เนื่องจากความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเสียดสี ในรถบ้านทั่วไปควรใช้ในยามจำเป็นเท่านั้นหวังว่าจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ไม่มากก็น้อยขอบคุณที่ติดตามครับ

แสดงความคิดเห็นใน Engine Break
Our Facebook Fan Page
Lastest Content
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่
VDO Clip
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่