เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว นอกจากเรื่องของชิ้นส่วนหลักอย่างแบตเตอรี่ที่ยังมีต้นทุนสูงอยู่ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ความสะดวกในการใช้งาน

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคุณเป็นเจ้าของรถยนต์พลังไฟฟ้าสักคัน ที่มีระยะทำการต่อการชาร์จ 1 ครั้งอยู่ที่ 300 กิโลเมตร คุณจะเดินทางไปไหนได้บ้างโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องจอดชาร์จอยู่ตรงไหน แน่นอนว่าตัวเลขที่ทดสอบโดยผู้ผลิตนั้นคือ การปั้นตัวเลขภายใต้เงื่อนไขการใช้งานที่ค่อนข้างลงตัวและมีปัจจัยมากระทบน้อยมาก ดังนั้นตัวเลขที่ออกมาจึงค่อนข้างดี แต่ถ้าเราลองหักปัจจัยเหล่านี้ออกไปสัก 20% เท่ากับว่ารัศมีการขับจะลดลงมาอยู่ที่ 240 กิโลเมตรเท่านั้น อยุธยา ลพบุรียังพอพูดถึง แต่ถ้าเกินจากนี้อาจจะต้องมีค้างคืนกันบ้างละ

เราทราบว่าปัญหานี้ทางผู้ผลิตรถยนต์ก็รู้ และน่าจะเป็นตัวที่ยังทำให้รถยนต์ประเภท EV ยังแจ้งเกิดในการใช้งานในวงกว้างตามความคุ้นเคยในเรื่องพฤติกรรมการขับของมนุษย์ที่มีมากกว่า 100 ปี และก็ยังเป็นช่องว่างที่ทำให้ผู้ผลิตสามารถพัฒนาตัวเชื่อมโยง หรือสะพานเชื่อมต่อทางด้านเทคโนโลยีขุมพลังออกมารองรับหรือคั่นกลางก่อน เหมือนกับเป็นการสร้างความคุ้นเคยและเตรียมตัวก่อนที่จะไปเจอกับของจริงในอนาคต

เทคโนโลยีที่ว่าคือ Hybrid แบบ Plug-in ซึ่งนำจุดเด่นของ 2 ระบบเข้ามารวมกัน นั่นคือ ความสะดวกสบายและความคุ้นเคยในการใช้งานของเครื่องยนต์สันดาปภายใน และการไม่ต้องพึ่งพิงน้ำมันเชื้อเพลิงบวกกับความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของรถยนต์พลังไฟฟ้า หรือ EV เข้าด้วยกัน ซึ่งในตอนนี้เทคโนโลยี Hybrid แบบ Plug-in กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีจุดเด่นในทั้ง 2 ด้าน

บ้านเรารถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ก็มีขายอยู่ในตลาดเหมือนกัน แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่รถยนต์ทั่วไป แต่อยู่ในตลาดระดับหรูขึ้นมา ซึ่งนอกจาก BMW แล้วก็มีค่ายคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz ทำตลาดอยู่ด้วย กับ SUV ที่ทางทีมงานได้มาทดสอบเป็นรุ่น GLE500e

170405_GLE500e_02

170405_GLE500e_05

ก่อนที่จะไปถึงเรื่องของตัวเทคโนโลยี เรามาย้อนความถึงตัวรถกันสักหน่อย ซึ่งชื่อ GLE สำหรับหลายคนอาจจะไม่คุ้นหูมากนัก ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะ Mercedes-Benz เพิ่งจะเอามาใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปีนี้เอง โดยเป็นการปรับชื่อรุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับระดับตลาด และลดความงุนงงในเรื่องของตำแหน่งทางการตลาดของรถยนต์ที่วางขายอยู่บนโชว์รูม

อย่างที่เราทราบกันดีว่า Mercedes-Benz จะใช้ชื่อตัวอักษรเป็นชื่อรุ่นรถยนต์และตามด้วยตัวเลขสามหลักสำหรับรุ่นธรรมดา หรือ 2 หลักสำหรับรุ่น AMG  ซึ่งมันแทบจะไม่ได้สื่ออะไรออกมา ดังนั้น พวกเขาก็เลยจัดระเบียบใหม่ โดยยึดเอา 5 รุ่นหลักเป็นแกนกลางนั่นคือ A, B, C, E และ S-Class ส่วนที่เหลือจากนั้นปรับใหม่ รวมถึงกลุ่มรถยนต์ตัวถังอื่นๆ ก็ปรับใหม่หมด โดยรถสปอร์ตใช้เป็น SL แล้วตามด้วยตัวเลขระดับตลาด เช่น SLC ที่มาจาก SLK ก็หมายถึงรถสปอร์ตที่อยู่ในกลุ่มตลาดเดียวกับ C-Class หรือ SLS ก็กลุ่มตลาดเดียวกับ S-Class รวมถึงออฟโรดหรือ SUV ที่เปลี่ยนมานำหน้าด้วย GL ให้หมด ไม่เว้นแต่ M-Class ก็ต้องโดนแนวคิดนี้จัดการ

GLE คือ SUV ที่มีระดับตลาดเดียวกับ E-Class หรือพูดง่ายๆ คือ เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของ M-Class นั่นเอง เพียงแต่ไม่มีการใช้ชื่อ ML ในการทำตลาดอีกต่อไปแล้วด้วยเหตุผลข้างบน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับชื่อรุ่น ส่วนตัวรถ ต้องบอกว่าเป็นของใหม่แกะกล่อง และถ้านับจากเจนเนอเรชั่นที่ต่อเนื่องมาจาก M-Class ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 นี่คือ เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของตัวรถ ซึ่งเปิดตัวออกมาประจวบเหมาะกับการเปลี่ยนแนวคิดในการทำตลาดพอดี และรุ่นที่ถือเป็นไฮไลท์ของโมเดลนี้คือ GLE500e

ที่น่าสนใจคือ เป็นรถยนต์ไฮบริดแบบเสียบปลั๊กรุ่นที่ 3 ต่อจาก S-Class และ C-Class ที่มีขายในบ้านเรา และอีกข้อคือ ราคาไม่แพงอย่างที่คาดคิดกันเอาไว้ โดย Mercedes-Benz Thailand เปิดออกมาแบบกำเงิน 5 ล้านบาทมีเงินทอนกลับบ้านด้วย

GLE 500 e 4MATIC มีทำตลาดด้วย 2 รุ่นตกแต่ง คือ Exclusive และ GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic มากับกระจังหน้าขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยสีเงินเสริมโครเมียมแบบ 2 แถบ พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง, กันชนด้านหน้าพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยโครเมียม, ขอบหน้าต่างแบบโครเมียม, ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ, ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System, ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน, ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้าย และไฟเบรก ดวงที่ 3 แบบ LED, กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, บันไดข้างสเตนเลสดีไซน์สปอร์ตพร้อมปุ่มยางกันลื่น

170405_GLE500e_07

170405_GLE500e_06

170405_GLE500e_09

เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นกับความสวยและสปอร์ตของตัวรถตามแบบฉบับ SUV ที่ถูกผสมผสาน Design Language ของ Mercedes-Benz เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ภายในตกแต่งด้วยแผงคอนโซลหุ้มหนัง Artico, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบผ่อนแรงและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push start), ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน และระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth โดยสำหรับ GLE500e 4MATIC Exclusive ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง และมาพร้อมระบบมัลติมีเดีย อย่าง วิทยุซีดี MB Audio 20

ขุมพลังของ GLE500e เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบวี6 เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 2,996 ซี.ซี. กำลังสูงสุดที่ 333 แรงม้า และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 116 แรงม้าที่ 5,250-6,000 รอบ/นาที แรงบิด 480 นิวตันเมตร ที่  1,600-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS แบบ DIRECT SELECT พร้อมด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 8.7 กิโลวัตต์ น้ำหนักประมาณ 114 กิโลกรัม ไว้ที่ใต้เพลาขับด้านหลังซึ่งมีระบบหล่อเย็นจากน้ำและฝาป้องกันการกระแทกที่ผลิตจากแผ่นโลหะปิดทับไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผู้ขับได้รับความปลอดภัยสูงสุด

170405_GLE500e_11

สำหรับโหมดไฮบริดของตัวรถสามารถแบ่งการทำงานได้  4 แบบ คือ 

• HYBRID • ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบจะเน้นไปที่การใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนให้มากที่สุด และใช้เครื่องยนต์เท่าที่จำเป็น หากกระแสไฟในแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำกว่า 20% ระบบจะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเท่านั้น และถ้าผู้ขับปรับเกียร์อัตโนมัติเป็นโหมดสปอร์ต (S) จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว โดยที่มอเตอร์ไฟฟ้าไม่ทำงาน

• E-MODE • ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งทำระยะทางได้สูงสุด 30 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานของแบตเตอรี่และความเร็วที่ใช้) อย่างไรก็ตาม ผู้ขับจะต้องไม่กดแป้นคันเร่งลึกจนเกินแรงต้าน หากกดแป้นคันเร่งเกินแรงต้าน เครื่องยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนรถยนต์ทันที

• E-SAVE • ขณะเริ่มต้นใช้ E-SAVE ระดับกระแสไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ high-volt ในขณะนั้นจะถูกบันทึกค่าไว้ จากนั้นระบบจะใช้เครื่องยนต์เป็นหลักในการขับเคลื่อน ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกใช้น้อยที่สุด เพื่อรักษาระดับกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ให้มีปริมาณเท่าเดิมกับช่วงเริ่มต้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ว่ากำลังจะต้องเดินทางเข้าเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หลังจากชาร์จแบตเตอรี่ high-volt จนเต็มแล้ว ควรเลือก E-SAVE ในการเริ่มต้นเดินทางก่อนที่จะเข้าเมือง เมื่อขับถึงในเมืองก็จะมีปริมาณกระแสไฟสูงสุดที่จะใช้ E-MODE สำหรับการเดินทางในเมืองได้อย่างเต็มที่

• CHARGE • ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แบตเตอรี่จะถูกรักษาระดับการชาร์จให้อยู่ในระดับปานกลางในขณะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ และจะไม่มีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเลย เพื่อให้เกิดการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง แรงหมุนของเครื่องยนต์จะถูกนำมาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าไปสะสมไว้ในแบตเตอรี่ และจะมีการแปลงพลังงานจลน์ที่เกิดจากการชะลอความเร็วหรือการเบรกให้เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า และเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่อีกด้วย เมื่อชาร์จไฟเต็ม ระบบจะปรับไปที่การทำงานในรูปแบบ E-SAVE โดยอัตโนมัติ

170405_GLE500e_03

สิ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพ โดยในส่วนของการทำงานด้านการชาร์จไฟฟ้าในแบตเตอรี่นั้น เราสามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ไม่ต้องรอนาน สามารถเสียบกับปลั๊กไฟบ้านได้เลยและอีกสิ่งที่น่าสนใจ คือ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหรือ EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 30 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 130 กม./ชม.

ตรงนี้ถือเป็นจุดเด่น เพราะถ้าคุณกับบ้านห่างกันไม่เยอะ เท่ากับว่าเครื่องยนต์แทบไม่ได้ถูกสตาร์ทขึ้นมาเลย ขับออกจากบ้านไปถึงที่ทำงาน เสียบปลั๊กชาร์จ เสร็จกลับบ้านก็ชาร์จต่อ เห็นไหม ง่ายมาก ถ้า…บริษัทคุณมีที่ชาร์จสาธารณะ แต่กับปัจจุบัน แท่นชาร์จเหล่านี้หาได้ยากมาก ครั้นจะเสียบตามปลั๊กแถวที่จอดรถ กลับมาสายชาร์จอาจจะหายได้ หรือไม่ก็โดนทำพังเหมือนกับที่เคยตกเป็นข่าวตามหน้าอินเตอร์เนต

นี่คืออีกปัญหาของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะต้องชาร์จเผื่อเอาไว้เมื่อถึงที่หมาย เพราะไม่รู้ว่าถ้าต้องเดินทางออกนอกเส้นทาง ไฟในแบตเตอรี่จะพอไหม แต่ด้วยระบบแบบ Hybrid Plug-in คุณยังมีเครื่องยนต์สันดาปภายในนอนรออยู่ แค่จะใช้ก็ปลุกขึ้นมาเท่านั้นเอง ดังนั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องที่ไฟจะเกลี้ยงแบตเตอรี่ เพราะยังมีเครื่องยนต์พาคุณต่อไปได้ ซึ่งตรงนี้จะต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าแบบ EV เพียวๆ ที่มีแต่มอเตอร์ไฟฟ้า ถ้าไฟหมด ก็ต้องลากหาที่ชาร์จกันอย่างเดียว

เห็นอย่างนี้แล้วทำให้ GLE500e น่าใช้ขึ้นเป็นกองเลย เหลือแค่ราคาที่จะว่าไปแล้วถือว่าโอเคเลยสำหรับคนที่คิดจะซื้อ GLE อยู่แล้ว ถ้าเป็นรุ่นตกแต่งธรรมดา Exclusive ก็ 4.49 ล้านบาท แต่ถ้าเป็นชุดแต่ง AMG Dynamic ก็จะขยับขึ้นอีก 500,000 บาทเป็น 4.99 ล้านบาท สนใจรุ่นไหนก็จัดการได้เลย

170405_GLE500e_15


รายละเอียดทางเทคนิค : Mercedes-Benz GLE500e
แบบตัวถัง • SUV 5 ประตู
เครื่องยนต์ • วี6 เทอร์โบคู่ อินเตอร์คูลเลอร์
ความจุกระบอกสูบ • 2,996 ซีซี
กำลังสูงสุด • 333 แรงม้า ที่ 5,250-6,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด • 480 นิวตันเมตร ที่ 1,600-4,000 รอบ/นาที
กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า • 116 แรงม้า
แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้า • 340 นิวตันเมตร
ระบบเกียร์ • อัตโนมัติ 7 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน • 4 ล้อ

Our Facebook Fan Page
Lastest Content
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่
VDO Clip
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่