Jaguar I-Pace Concept

หลังการเปิดตัว F-Pace ซึ่งถือเป็น SUV รุ่นแรกของค่าย ดูเหมือนว่า Jaguar จะขยับแนวรุกในตลาดกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง และมีของใหม่ออกมาให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างในงานแอลเอ มอเตอร์โชว์ 2016 พวกเขาก็เรียกความสนใจของคนทั่วโลกด้วยรถยนต์ต้นแบบที่เป็นผลผลิตใหม่ของแบรนด์ กับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งถูกจัดแสดงภายใต้ชื่อ I-Pace Concept

170322_Jag_001

170322_Jag_004

จะว่าไปแล้วตรงนี้ถูกจับตามองอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะหน้าตาที่สวยและสปอร์ต แต่เป็นเพราะ I-Pace  มีรูปร่างหน้าตาที่ใกล้เคียงกับเวอร์ชันผลิตจริงเพื่อขายในตลาด ไม่ใช่รถยนต์ต้นแบบที่เน้นการจัดแสดงเพียงอย่างเดียว และจะเป็นการเสริมตลาดเพื่อช่วยเพิ่มยอดขายให้กับ Jaguar ด้วยผลผลิตที่กำลังสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก เพราะในตอนนี้เป็นยุคที่รถยนต์อเนกประสงค์และ SUV กำลังได้รับการตอบรับที่ดี

กลับมาที่ตัวรถกันบ้าง I-Pace ถือเป็นผลผลิตที่ต่อเนื่องในแง่ของการออกแบบซึ่งอ้างอิง Design Language ในรูปแบบ Cab-Forward Design ที่อ้างอิงจากรถยนต์ต้นแบบ CX-75 และถูกนำมาใช้กับรถยนต์รุ่นหลังๆ ของ Jaguar อย่าง F-Type โดยในต้นแบบรุ่นนี้มากับรูปทรงของ SUV แบบท้ายลาดในสไตล์ฟาสต์แบ็ค ยกสูง และให้ความเพรียวลมด้วยการออกแบบโครหลังคาให้ลาดเทไปด้านหลังมากขึ้น จนได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือ Cd เพียง 0.29 เท่านั้นและเสริมความสวยและสปอร์ตให้กับรูปลักษณ์ด้วยล้อแม็กวงโตตามสมัยนิยม โดยเป็นล้อขนาด 23 นิ้วจับคู่กับยางขนาด 265/35R23

นอกจากนั้น ตัวรถยังใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุในการผลิตชิ้นส่วนตัวถัง เพื่อลดน้ำหนัก โดยที่มิติตัวถังมากับความยาวในระดับ 4,680 มิลลิเมตร กว่าง 1,890 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อที่กว้างถึง 2,990 มิลลิเมตร ซึ่งจะส่งผลโดยตรงไปยังความกว้างขวางของห้องโดยสาร

170322_Jag_005

170322_Jag_006

สำหรับในห้องโดยสารนั้น มีการนำเสนอแนวคิดของการออกแบบในสไตล์ Digital Concept ที่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายจุดบนแผงหน้าปัดให้มาใช้การแสดงผลด้วยหน้าจอ เช่น มาตรวัดรอบเครื่องยนต์/ความเร็ว และหน้าจอควบคุมการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆ ในตัวรถที่ติดตั้งอยู่ตรงคอนโซลกลาง ข้อดีของแนวคิดนี้คือ ทำให้การแสดงผลของข้อมูลต่างๆ ในตัวรถสามารถปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการที่หลากหลายได้ อีกทั้งยังง่ายต่อการควบคุมการทำงาน ไม่มีปุ่มอะไรติดตั้งเยอะแยะบนแผงหน้าปัดจนทำให้เกิดสภาพรกรุงรัง เพราะการควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมดภายในรถ สามารถทำผ่านทางหน้าจอทัชสกรีนขนาด 12 นิ้วที่ติดตั้งอยู่ตรงกลางแผงหน้าปัด

พลังในการขับเคลื่อนตัวรถเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้า 2  ชุดที่ติดตั้งอยู่ที่เพลาหน้าและหลัง ซึ่งนั่นทำให้ I-Pace  คือ รถยนต์ไฟฟ้าขนานแท้จากโรงงาน โดยมอเตอร์ทั้ง 2 ตัวมีกำลังรวมกัน 400 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่จะถูกถ่ายทอดออกมาทันทีที่คุณกดคันเร่ง คือ 700 นิวตันเมตร ซึ่งจะทำให้ตัวรถพุ่งทะยานชนิดหลังติดเบาะกันเลยทีเดียว

การขับเคลื่อนของตัวรถมาในแบบ 4  ล้อตลอดเวลาทำให้มีการยึดเกาะที่ดี และรองรับกับการใช้งานทุกสภาพเส้นทางและทุกสภาพอากาศ โดยการส่งกำลังสู่ล้อขับเคลื่อนหน้าและหลังนั้นจะมีกล่องสมองกลทำหน้าที่ควบคุมในการกระจายแรงบิดอย่างเหมาะสมกับสภาพเส้นทาง โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องยุ่งอะไรเลย

170322_Jag_003

170322_Jag_002

ส่วนในเรื่องของสมรรถนะช่วงต้นในด้านอัตราเร่งนั้น คอนเฟิร์มเลยว่ายังไงก็แรง เพราะมีแรงบิดมหาศาลถูกถ่ายทอดออกมาตั้งแต่รอบต้นๆ ดังนั้นตัวเลขของ I-Pace จึงไม่ธรรมดา ใช้เวลาเพียง 4 วินาทีสำหรับอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนความเร็วปลายไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้

สำหรับใครที่กลัวในเรื่องความปลอดภัยเพราะแรงขนาดนี้ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะ Jaguar จัดการติดตั้งระบบความปลอดภัยเอาไว้หลายอย่าง โดยมีทั้ง All Surface Progress Control (ASPC) และ Adaptive Surface Response (AdSR) ซึ่งจะช่วยปรับรูปแบบการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง

นี่คือความล้ำหน้าอีกขั้นของ Jaguar ในการนำเสนอรูปแบบใหม่ของการเดินทาง และใครที่คิดว่างานนี้จะเป็นแค่ต้นแบบสำหรับโชว์ บอกได้เลยว่า เก็บเงินรอตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะมีข่าวว่า Jaguarจะผลิตออกขายในช่วงกลางปี 2018 แต่สเป็กจะจัดเต็มขนาดไหน ต้องรอติดตามกันต่อไป

แสดงความคิดเห็นใน Jaguar I-Pace Concept
Our Facebook Fan Page
Lastest Content
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่
VDO Clip
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่