Mitsubishi Mirage Review ยอด Eco Car สุดแรงโดนใจ

สวัสดีครับเพื่อนๆชาว  Motorsolutionfm  ถ้าพูดถึงรถประหยัดน้ำมันเราต้องนึกถึง Eco car เป็นสิ่งแรกเลยใช้ไหมครับคงไม่ได้คิดถึงความสะดวกสบายอะไรมากนักแต่วันนี้ทางเราได้มีโอกาศพิสูจน์ความมากกว่าที่ทาง Mitsubishi ได้ออกแบบความสุขที่ครบท่วนมาให้เพื่อนๆได้เข้าถึงความประหยัดและความสุขในการขับขี่ที่ลงตัว กับคอนเซ็ป “Be More”

mitsubishi_mirage_14

ที่มาของ Mitsubishi Mirage

Mitsubishi Mirage ได้ออกแบบภายใต้ความใส่ใจทั้งด้านประสิทธิภาพและให้ความสำคัญกับโลกอีกด้วย การออกแบที่ให้รถมีน้ำหนักน้อยโดยใช้เครื่องยนต์ 3 สูบ และออกแบบให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานลม เพียงแค่ 0.29 นอกจากนั้นยังผ่านการทดสอบมาตรฐานมลพิษระดับ 4 (Euro 4) มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบท่วนมากกว่า Eco car คู่แข่งอีกด้วย

ถือว่าทาง Mitsubishi ได้สร้าง Mirage ให้เพิ่มมุมมองแห่งความสะดวกสบายของ Eco car ขึ้นจากรถที่แน้นความประหยัดกลับตีตลาดด้วยความครบถ้วนของระบบอำนวยความสะดวก

mitsubishi_mirage_08

Specification

เครื่องยนต์ :: DOHC MIVEC 1.2 ลิตร 3สูบ 12 วาล์ว

ระบบจ่ายเชื่อเพลิง :: ECI-MULTI 32 bit (Electronically controlled-Multi point injection 32 bit)

ความจุ :: 1,193 ซีซี

เส้นผ่าศูนย์กลางกระบอกสูบและช่วงชัก :: 73.0 x 90.0

อัตราส่วนกำลังอัด ::  10.5

กำลังสูงสุด :: 57(78) แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด :: 100(10.2) นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที

ระบบเกียร์ :: CVT พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ INVECS III

พวงมาลัย :: แร็คแอนพีเนียม พร้อมระบบเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า

ช่วงล่างหน้า/หลัง :: แบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท / ทอร์ชั่นบีม

ระบบเบรคหน้า/หลัง :: ดิสก์เบรคแบบมีช่องระบายความร้อน / ดรัมเบรก 

น้ำหนักรถ :: 865 กิโลกรัม

ความจุถังน้ำมัน :: 35 ลิตร

ขนาดยาง :: 165/65 R14

ราคา :: 546,000 บาท (รุ่นทดสอบเป็นรุ่น GLS Ltd.)

 

รูปลักษณ์ภายนอก

mitsubishi_mirage_02

รูปลักษณ์ภายนอกของ Mirage เป็นรูปลักษณ์ที่ใครเห็นแล้วก็รูปเลยว่าเป็นรถ Eco car ด้วยความเล็กกระทัดรัดและดูคล่องตัวเหมาะมากสำหรับการขับในเมืองที่ต้องเจอกับรถติดในการเดินทาง

mitsubishi_mirage_06

ด้วยการดีไซด์ที่ลงตัวแบบรถ Hatchback ที่ทำให้ดูมีความโฉบฉี่ยวรวมถึงไฟหน้าที่เสริมด้วยไฟตัดหมอกที่ทำให้ดูดุดันเข้ากับชุดชายกันชนหน้า และไฟท้ายที่โค้งมนไปกับประตูหลังรับกับกันชนหลังได้อย่างลงตัว เจ้า GLS Ltd. ยังมีสปอยเลอร์หลังเพิ่มความสปอร์ต

งานทางด้านการดีไซด์ Mitsubishi ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียวถือว่ามีลงตัวอย่างมากถึงแม้ว่าดูไกลๆจะดูกลมๆแต่หากเข้ามาพิจรณาถึงลายละเอียดแล้วถือว่าเป็นรถที่ให้ความรู้สึกด้านความสะดวกสบายมาเลยทีเดียว และความสะดวกสบายนี้ยังไม่ทิ้งรู้ลักษณ์ของความเป็น สปอร์ตในแบบของ Mitsubishi

ในด้านรูปลักษณ์ภายนอกนี้ทาง Mitsubishi ก็ยังคงคอนเซ็ป “Be more” ด้วยการให้ทางเลือกแก่ผู้ซื้อด้วยสีถึง 8 สี นั้นคือ สีเหลือง แดง เขียว น้ำเงิน ขาว เทา บรอน ดำ เรียกว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกที่มากขึ้นจริงๆ

mitsubishi_mirage_10

มีจุดที่ไม่ค่อยเข้าตาคือไม่มีที่วางฝาเปิดถังน้ำมันทำให้ดูการจัดวางไม่เป็นระเบียบมากนัก ส่วนการวางตำแหน่งของอุปรกณ์เสริมอื่นๆนั้นถือว่าสวยงามเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นปุ่มสวิทช์เปิดประตูหน้าหรือประตูหลังก็จัดวางได้ตำแหน่งที่เหมาะสม

 

รูปลักษณ์ภายใน

Mirage2

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเห็นถึงความทันสมัยและความสปอร์ตด้วยสีดำ และเพิ่มความกว้างให้กับห้องโดยสารด้วยสีขาวอมเทาในโซนด้านบนที่ทำให้ดูสว่างตัดกับสีดำได้ดี เบาะไม่โดดเด่นมากนักแต่ทำลายผ้าออกมาได้ดีทำให้ดูมีสไตล์การดีไซด์มีความลงตัวในความง่ายของลายเส้นที่ประตูข้างรถทำให้ดูลงตัวกับคอนโซลหน้าที่เปิดประตูด้านในเป็นสีเงินทำให้ดูโดดเด่น  เบาะด้านหลังค่อนค้างอึดอัดด้วยการดีไซด์ที่แน้นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าจึงทำให้ดูแคบไปนิดแต่สามารถนั้งได้อย่างสบายๆมีที่พิงศรีษะปรับได้ทั้งเบาะหน้าและเบาะหลังทำให้รถดูมีระดับขึ้นมาอีกขั้น

Mirage1

มาดูลายละเอียดคอนโซลหน้ากันบ้าง Mirage ดีไซด์แอร์ให้มีลักษณะกลมซ้ายขวาทำให้สามารถปรับแอร์ได้รอบทิศสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและคนขับ มีแอร์ลักษณะสี่เหลี่ยมตรงกลางทำมุมเงยแอร์จึงส่งไปด้านหลังได้อย่างทั่วถึงและการจัดวางหน้าจอ Navi และ แอร์ Auto นั้นว่างได้อย่างลงตัวสามารถใช้ได้อย่างสะดวกลิ้นชักสามากรใช้ได้ทั้งแบบดึงออกแล้วใส่ของและใช้แบบสอดเก็บเพื่อสามารถหยิบได้ง่ายตำแหน่งและขนาดถือว่าทำมาได้เป็นมาตรฐานของรถอยู่แล้วหน้าปัดแสดงผลหลังพวงมาลัยออกแบบให้สามารถดูได้ง่ายโดยการแยกโซนไฟเตือนระบบของรถออกจากหน้าปัดแสดงความเร็วและมีหน้าจอดิจิตอลแสดงระดับน้ำมันและอัตราการใช้น้ำมันกับระยะทาง โดยรวมคอนโซลหน้าถึงจะไม่มีความโดดเด่นมากมายแต่ทุกอย่างลงตัวทำให้ความง่ายนั้นเกิดสไตล์ใหม่ขึ้นมา

คอนโซลกลางมีที่วางแก้วให้3 จุด หน้าเกียร์ 2 จุดและบริเวณระหว่างพนักพิงด้านหน้าอีก 1 จุด บริเวณด้านหน้ามีที่ว่างของที่ใหญ่สะดวกในการวางของของคนขับการจัดวางของคอนโซลกลางถือว่าให้ความสะดวกสบายในการวางสิ่งของและการหยิบจับได้อย่างดี

Mirage7

สิ่งเพิ่มเติมที่ทำให้ Mirage น่าสนใจอีกอย่างคือการพับแยกเบาะหลังได้แบบ 60:40 ทำให้สามารถบรรจุของได้มากขึ้นเพิ่มจากด้านหลังที่มีความกว้างพอสมควรอยู่แล้ว ถึงจะพับไป 60 เปอร์เซน ก็ยังเหลือ 40 เปอร์เซนให้สามารถโดยสารได้ การจัดวางแผงควบคุมบริเวณที่วางแขนของคนขับนั้นทำออกมาได้เหมาะสมกับตำแหน่งการวางแขนพอดีทำให้รู้สึกสบายในการขับขี่ เพิ่มความสบายในการขับด้วยเบาะคนขับสามารถปรับความสูงได้

 

เครื่องยนต์

mitsubishi_mirage_23

เครื่องยนต์ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกจุดของ Mirage เลยก็ว่าได้ด้วยหัวใจ 3 สูบทำให้ใช้น้ำมันน้อยกว่า 4 สูบแน่นอน แต่การสั่นของเครื่องยนต์นั้นจะมีมากกว่าแบบ 4 สูบ ฉนั้นถ้าเปิดฝากระโปงมาแล้วเห็นเจ้า DOHC MIVEC 1.2 ลิตร 3สูบ 12 วาล์ว สั่นซ้ายขวามากๆก็ไม่ต้องตกใจนะครับเพราะมันเป็นพฤติกรรมของเครื่อง 3 สูบ เพิ่มระบบฉีดน้ำมันพร้อม MIVEC ระบบวาล์วไอดีแปรผันทุกรอบความเร็ว ที่สั่งการด้วย ECU สั่งการด้วยไฟฟ้าแปลผันทำให้เพิ่มความประหยัดน้ำมันขึ้นไปอีก และทาง Mitsubishi ยังทำการออกแบบท่อไอดีให้อากาศเข้าได้ง่ายขึ้นด้วยจากที่กล่าวมาทั้งระบบน้ำมันและระบบอากาศที่เข้าไปทำการจุดละเบิดภายในเสื้อสูบทั้ง 3 นั้นทำให้ดึงประสิทธิภาพเครื่องออกมาได้ดีเลยทีเดียวดูได้จากการเรียกรอบได้เร็มมากถ้าเทียบกับรถ 1.2 ลิตรด้วยกัน นอกจากนั้นการใช้เครื่อง 3 สูบ ทำให้น้ำหนักของรถลดลงเหมาะสมที่จะเอามาติดตั้งในรถที่ได้ชื่อว่าเป็น Eco car

จากความรู้สึกของผู้ขับขี่จริงทำให้เห็นว่าอัตราเร่งเป็นไปอย่างรวดเร็วถือว่าเป็น Eco car ที่อัตราเร่งสูงที่สุดเลยทีเดียวจะกล่าวคือหากกดคันเร่งสุดเลยหลังติดเบาะเลยทีเดียวครับแถมการขับขี่เมื่อรถติดยังสร้างทอร์คได้อย่างดีเพียงปล่อยเบรครถก็ออกตัวได้รวดเร็วกว่า เครื่องสี่สูบ ได้อารมวัยรุ่นครับหากได้ขับแล้วจะติดใจว่าเครื่อง 1.2 ลิตร สามารถเร่งได้ขนาดนี้เชียว ตัวผมเองยังตะลึงกับอัตราเร่งของเจ้า Mirage เลยครับ แถมรถทดสอบที่ผมได้ลองยังสามารถเร่งได้เกิน 140 km/h อีกด้วยถือว่าให้ได้มากกว่าความเป็น Eco car เลยหละครับ

เกียร์

Mirage6

Mirage มาพร้อมระบบเกียร์ประหยัดน้ำมัน CVT ควบคุมการทำงานด้วย ECU ทำให้ปรับเปลี่ยนกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวลแม่นยำเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ ช่วยรักษารอบเครื่องไว้อย่างต่อเนื่อง และสามารถตอบสนองทุกอัตราเร่งได้อย่างดี

จากการได้ลองขับขี่ดู CVT ของ Mirage เรียกรอบออกมาได้ดีพอสมควรช่วงระยะหน่องมีน้อยมาก และการรักษาความเร็วเมื่อปล่อยคันเร่งรักษาได้ดีทำให้ไม่ต้องเติมคันเร่งมากเมื่อรถติดและเคลื่อนสลับกันทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เรื่องเสียงรบกวนจากเกียร์ไม่ต้องกังวลเลยครับเพราะในห้องโดยสารไม่ได้ยิงเสียงเกียร์เลยแม้แต่นิดเดียว และการปรับเปลี่ยนเกียร์ก็เป็นไปด้วยความสบายไม่มีอาการกระดุกแต่อย่างใด และระบบ INVECS III ยังช่วยให้การตอบสนองของรถทันใจในการเหยียบเร่งแซงได้อย่างดีไม่ต้องกลัวเร่งไม่ขึ้นเลยที่เดียวกดไฟเลี้ยวเหยียบลงหน่อยตีออกแล้วก็กดลงได้เลยเซงได้ดั่งใจละครับทำให้อารมการขับ Eco car หายไปช่วงหนึ่งเลยทีเดียว

 

ความปลอดภัยและช่วงล่าง

mitsubishi_mirage_09

เรื่องของความปลอดภัยนั้นดูภายนอกอาจจะเห็นว่าเป็นรถ Eco มากๆแต่ทุกอย่างได้ผ่านมาตรฐานมาแล้วครับทำให้มันใจได้ระดับหนึ่งว่าจะปลอดภัยในรถคันนี้ได้แต่มีข้อแม้ต้องขับแบบ Eco นะครับถ้าไปขับแบบ สปอร์ตละก็ไม่มีใครรับประกันได้ครับแต่เรื่องมาตรฐานโครงสร้างที่มีระบบตัวถังนิรภัย RISE Body ระบบถุงนิรภัยลมคู้หน้า เข็มขัดนิรภัย ก็ทำให้เชื่อได้ว่าความปลอดภัยเทียบเท่ารถ 1.5 ที่วิงกันบนถนนได้

Mirage4

นอกจากนั้นด้วยกระจกไฟฟ้าที่ปรับได้จากห้องโดยสารทำให้สะดวกและเพิ่มสมาธิให้กับผู้ขับขี่ได้ พร้อมระบบ ABS/EBD ที่ช่วยเรารในการหยุดรถไม่ให้ลื่นไถลระบบล็อครถอัตโนมัตรเมื่อลงจากรถแล้วไม่มีการเปิดประตูภายใน 30 วินาที และมีระบบ สตาร์ทเอนจิ้น ที่จะเซฟเวลาคุณเข้าเกียร์ค้างไว้ และหากไม่ได้กดเบรคและเกียร์ตำแหน่ง P ก็ไม่สามารถสตาร์ทได้ และยังมีระบบกุญแจอัฉริยะ KOS ที่ถ้าไม่มีสัญญาณจากเจ้านี่ก็ สตาร์ทไม่ได้เช่นกัน ยังมีสัญญาณเสียงเมื่อคุณปิดประตูไม่สนิทดัวย ทั้งหมดนี้ก็ยืนยันได้สำหรับผมแล้วหละครับว่าให้ความปลอดภัยทุกด้านที่มากกว่าจริงๆ

Mirage5

ส่วนเรื่องช่วงล้างนั้น้าขึ้นชื่อว่า Mitsubishi แล้วผมเชื่อมั่นในระดับนึงละครับว่าต้องขับสนุกแน่นอน แล้วก็ไม่ผิดหวังครับการจัดวางตำแหน่งความกว้างยาวฐานล้อและการเซ็ทจากโรงงานทำให้ดึงประสิทธิภาพการขับขี่ออกมาได้ดีเลยครับเพียงแค่มีข้อเสียตรงที่ขาดความนุ่มนวลก็แน่หละครับความมันก็ต้องแลกด้วยความสบายสำหรับคนนั้งอาจจะนั้งแล้วไม่สุนทรีเท่าไหร่แต่ช่วงล่างสำหรับคนขับละก็มันสุดยอดเลยครับเกินตัวจริงๆ

ทดสอบประสิทธิภาพ

 3-13-2013 2-42-00 PM

 จากข้อมูลการทดสอบนี้จะเห็นได้ว่า 0-100 ของ Mirage นั้นดึงประสิทธิภาพเครื่องออกมาได้ดีกว่า Eco car คันอื่นๆครับ และอัตราการกินน้ำมันเวลารถติดก็ถือว่าประหยัดเลยหละครับถึงจะไม่ถึง 22 km/l ก็ตามที

บทสรุป

mitsubishi_mirage_01

Mitsubishi Mirage ตอบโจทย์สิ่งที่มากกว่าตาม คอบเซ็ป “Be more” ได้อย่างสวยงามด้วยองค์ประกอบของความประหยัดน้ำมันกับเครื่อง DOHC MIVEC 1.2 ลิตร 3สูบ 12 วาล์ว กับระบบจ่ายเชื่อเพลิง ECI-MULTI 32 bit (Electronically controlled-Multi point injection 32 bit) และ เกียร์ CVT ที่ลงตัวพร้อมที่จะสร้างกำลังขับเคลื่อนได้อย่างทันใจ แถมไปด้วยการดีไซด์ที่ง่ายๆแต่แฝงด้วยประสิทธิภาพ พร้อมระบบอำนวยความสะดวกอย่าง Navi multi touch แล้ว ยังเพิ่มเติมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งการขับขี่และการใช้งาน ทั้งระบบล็อคประตูระบบเตื่อนต่างๆ ถือว่า Mirage เป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่ชอบความแรงและประหยัด แต่อย่าลืมนะครับว่าถ้าแรงจะประหยัดน้อยแต่ถ้าจะประหยัดก็ไปชิวๆ Mirage ตอบโจทย์ได้ชัดเจนกับชีวิตวัยรุ่น วัยทำงานที่ต้องอยู่ในเมืองรีบบ้าง ติดบ้าง ชัดเจนครับ

แสดงความคิดเห็นใน Mitsubishi Mirage Review ยอด Eco Car สุดแรงโดนใจ
Our Facebook Fan Page
Lastest Content
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่
VDO Clip
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่