Nissan_Vip_ok_005_resize

แม้จะนับว่าเป็นค่ายรถยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านรถพลังงานไฟฟ้า สร้างโปรดักซ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอย่างนิสสัน ลีฟ แต่ในวันนี้นิสสันนำเสนอ ต้นแบบยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงแบบออกไซด์แข็ง (Solid Oxide Fuel Cell – SOFC)แบบแรกของโลกที่สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากเชื้อเพลิงเอธานอลชีวภาพ (Bio-Ethanol Electric Power)

โดยโครงงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อน Solid Oxide Fuel-Cell (SOFC)-powered system ซึ่งขับเคลื่อนในรูปแบบการใช้พลังงาน Bio-Ethanol Electric Power ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ผู้ผลิตรถยนต์นำระบบนี้มาใช้ ซึ่งมีจุดเด่นคือ ระบบ e-Bio Fuel-Cell ที่มาพร้อมกับตัวสร้างพลังงานแบบ SOFC

ระบบ e-Bio Fuel-Cell เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “Nissan Intelligent Power” ในการนำเสนอรถยนต์กับสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการขับเคลื่อนและการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงการสร้างความสนุกในการขับขี่  ซึ่งภายในห้องเครื่องยนต์ได้รับการติดตั้งตัวเก็บประจุที่เก็บกระแสไฟฟ้าได้เป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับตัวสร้างกระแสไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ

โดยตัวสร้างพลังงานแบบ SOFC มี แนวคิดหลักในการออกแบบ 3 ประการ คือ ประสิทธิภาพในการใช้งานสูงเดินทางได้ไกลมากขึ้น, จัดหาง่าย ด้วยต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีราคาต่ำ (สามารถใช้เอธานอลผสมน้ำ) และเป็นพลังงานสะอาด เนื่องจากไม่มีการปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศ

e-Bio Fuel-Cell จึงเป็นการสร้างกระแสไฟฟ้าผ่านทางเซลล์เชื้อเพลิงแบบออกไซด์แข็ง SOFC ด้วยการใช้เอธานอลแบบชีวภาพ ซึ่งถูกเก็บไว้ที่ถังเชื้อเพลิงในตัวรถ ด้วยหลักการทำงานเหมือนกับเซลล์เชื้อเพลิง แต่การผลิตไฮโดรเจนเพื่อทำปฏิกริยากับออกซิเจนนั้น จะมาจากการนำเชื้อเพลิงซึ่งก็คือ เอธานอลชีวภาพ มาสะกัดและแปรรูปผ่านทางอุปกรณ์รีฟอร์เมอร์ (Reformer) จากนั้นจึงค่อยส่งไฮโดรเจนที่ได้เข้ามาทำปฏิกริยาเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าและส่งให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน

สิ่งที่แตกต่างจากระบบเซลล์เชื้อเพลิงแบบเดิมๆ คือ เชลล์เชื้อเพลิงชีวภาพ (e-Bio Fuel-Cell) จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า SOFC เปรียบเสมือนกับแหล่งพลังงาน ซึ่งจะทำหน้าที่ผลิตกำลังไฟฟ้าในระดับที่มีจำนวนมากเพื่อช่วยให้ตัวรถสามารถแล่นทำระยะทางได้ไกลขึ้น

Nissan_Vip_ok_006_resize

ซึ่งจากการทดสอบในการขับด้วยความเร็วคงที่นั้น รถยนต์ที่ใช้ระบบนี้สามารถแล่นทำระยะทางได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินทำได้ต่อการใช้น้ำมัน 1  ถัง (มากกว่า 600 กิโลเมตร) ยิ่งไปกว่านั้น รถยนต์แบบ e-Bio Fuel-Cell ยังมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

ในอนาคต เทคโนโลยี e-Bio Fuel-Cell จะได้รับการพัฒนาให้มีความเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น การผสมเอธานอลเข้ากับน้ำนั้นมีกระบวนที่ง่ายกว่า และปลอดภัยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงอื่นๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ และจะเป็นการขจัดข้อจำกัดทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการต้องสร้างระบบสาธารณูปโภคใหม่ๆ ขึ้นมารองรับกับการใช้งาน และถือเป็นทางเลือกที่มีศักยภาพออย่างมากในการทำให้ตลาดมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น

แน่นอนว่า ต้นทุนในการใช้งานลดลงอย่างมาก และเกือบจะเท่ากับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์พลังไฟฟ้าในยุคปัจจุบัน และถือว่าสามารถก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งยวดสำหรับคนทั่วไปเช่นเดียวกับในภาคธุรกิจ เพราะว่า e-Bio Fuel-Cell สามารถรองรับกับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เนื่องจากการใช้ระยะเวลาไม่นานในการเติมเชื้อเพลิง และมีการสร้างพลังงานที่ค่อนข้างสูงสำหรับใช้งานจึงทำให้เทคโนโลยีสามารถรองรับกับการให้บริการบางอย่าง เช่น ระบบขนส่งที่ใช้ตู้แช่

อย่างไรก็ตาม นิสสันยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องในการนำเสนอคุณค่าที่โดดเด่นให้กับลูกค้าของเราผ่านทางระบบใหม่ๆ ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้จากเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ขณะเดียวกันก็ยังให้ความสนใจกับประเด็นในเรื่องของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จะต้องรองรับกับการสนับสนุนทางด้านพลังงานในทุกภูมิภาคทั่วโลก

พบกับความล้ำสมัยของ Nissan SOFCได้ที่บริเวณบูธ A7 ของ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

แสดงความคิดเห็นใน Nissan SOFC เด่นด้านพลังงานไฟฟ้า
Our Facebook Fan Page
Lastest Content
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่
VDO Clip
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
รีเลย์ในรถยนต์
การทำงานหม้อน้ำ
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่