Porsche Mission E

S15_0820_fineข้อจำกัดหนึ่งที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ไม่ค่อยบูมเท่าที่ควรคือ การแล่นทำระยะทางไม่ได้ไกล และการชาร์จแต่ละครั้งต้องใช้เวลานาน ซึ่งประเด็นตรงนี้เป็นเพราะเป้าหมายที่แท้จริงในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นมา ก็เพื่อรองรับกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก และการวิ่งแต่ละครั้งของการบิดกุญแจสตาร์ท คือ จุดหมายหนึ่ง ไปยังจุดหมายหนึ่งในเมือง ที่มีระยะทางยังไงก็ไม่น่าเกิน 50 กิโลเมตร ดังนั้น ทำไมจะต้องทำให้เกินความจำเป็นละ

Porsche-Mission-E-Concept-24แม้ในช่วงหลังๆ เป้าหมายของการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าคือ การเป็นตัวแทนที่จะเข้ามา แทนที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อปลดแอกการเดินทางที่ต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากซากฟอสซิล ดังนั้น การขับทำระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้งจึงมีการขยับตัวเลขเพิ่มมากขึ้น แต่สุดท้ายต่อให้เทพขนาดไหน ตัวเลขที่ทำได้ก็ยังอยู่ในระดับ 200 กิโลเมตรกว่าๆ อยู่ดี และนั่นทำให้เกิดรถยนต์ทางเลือกที่เรียกว่า EREV หรือ Extended Range Electric Vehicle ขึ้นมา แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่จะให้โลกแห่งการเดินทางเป็นไปตามอุดมคติ เพราะระบบนี้ก็ยังต้องพึ่งการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ดี

Porsche-Mission-E-Concept-23อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ดูเหมือนว่าเรากำลังพบทางออกแล้ว เมื่ือ Porsche นำรถยนต์ต้นแบบที่ชื่อว่า Mission E มาจัดแสดงในงานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2015 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แน่นนอว่าหลายคนพุ่งเป้าที่หน้าตา และรูปลักษณ์พร้อมกับตีข่าวว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าจะกลายมาเป็น Panamera รุ่นใหม่ แต่จริงๆ แล้ว ไฮไลท์ของรถยนต์ต้นแบบรุ่นนี้คือ ระบบไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในรถซึ่งทำให้ขยายขีดความสามารถในด้านระยะทาง ของการเดินทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

porsche_mission_e_concept_3500 กว่ากิโลเมตร คือ ตัวเลขที่ทาง Porsche เคลมเอาไว้ว่า Mission E สามารถทำได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งเมื่อเอาเข้าจริงๆ กับการใช้งานจริง ตัวเลขไม่น่าจะถึงขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้น้อยจนถึงขั้นน่าเกลียด ขณะที่เมื่อระบบโดยรวมใช้โหมด Quick Charge ในการชาร์จไฟแบบเร็วที่ใช้เวลาเพียง 15 นาทีในการเพิ่มระดับกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ให้ขึ้นมาอยู่ในระดับ 80% ตัวรถก็ยังแล่นได้ในระดับ 400 กิโลเมตร เรียวว่าเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันเลย

porsche_mission_e_concept_2การที่จะทำเช่นนี้ได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คือ การขยายถังน้ำมัน ซึ่งก็คือ การเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ แต่ผลที่ตามมาคือ น้ำหนักตัวรถที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับพื้นที่ใช้สอยที่ลดลง แต่ทางด้าน Porsche บอกว่าในรถยนต์รุ่นนี้มีการจัดระบบการใช้ไฟฟ้าใหม่ เช่นเดียวกับการขยับระบบกระแสไฟฟ้าในรถยนต์ให้มากกว่าที่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปใช้อยู่ 2 เท่า ซึ่งนั่นหมายความว่าใน Mission E จะใช้กระแสไฟฟ้าในระดับ 800 โวลต์เลยทีเดียว และตรงนี้น่าจะเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ Mission E วิ่งได้ไกลขึ้น โดยที่ไม่ต้องขยายไซส์ของแบตเตอรี่

P15_0790_a4_rgb1ความน่ามหัศจรรย์อีกอย่างของต้นแบบคันนี้คือ มันไม่ใช่รถยนต์สำหรับคนเมือง แต่เป็นรถสปอร์ตระดับหรู เพราะมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่ถูกนำมาใช้ สามารถผลิตกำลังรวมกันได้ 600 แรงม้า และมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 3.5 วินาที และ 12 วินาทีสำหรับ 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่สำคัญ มันสามารถวิ่งทำเวลาต่อรอบในสนามแข่งฝั่งเหนือของ Nurburgring ด้วยเวลาที่ต่ำกว่า 8 นาที (1 รอบมีระยะทาง 20.8 กิโลเมตร) เรียกว่านี่คือความประหยัดบนความแรงอย่างแท้จริง

porsche_mission_e_conceptอย่างไรก็ตาม Porsche ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดและเคล็ดลับที่ทำให้ Mission E เทพขนาดนี้ และบรรดาผู้บริโภค ทั่วไป ก็คงต้องร้องเพลงรอกันต่อไปกว่าที่จะมีโอกาสสัมผัสกับเทคโนโลยีนี้ แต่ก็คาดว่าคงอีกไม่นานนับจากนี้

Porsche-Mission-E-Concept-29 Porsche-Mission-E-Concept-31 S15_0824_fine Porsche-Mission-E-Concept-9

แสดงความคิดเห็นใน Porsche Mission E
Our Facebook Fan Page
Lastest Content
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
การทำงานหม้อน้ำ
รีเลย์ในรถยนต์
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
มอเตอร์สตาร์ท
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่
VDO Clip
เลือกให้ดีเลือกที่เป็นตัวเอง Vios 2014 VS City 2014
ความโดดเด่น All-New Ford Ranger 2015
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดและแรงม้า
ความเปลี่ยนแปลง Toyota Revo 2015
การทำงานหม้อน้ำ
รีเลย์ในรถยนต์
เปรียบเทียบ All-New Toyota Corolla Altis 2014 กับ Altis 2013
มอเตอร์สตาร์ท
Review :: Honda City 2014 จัดเต็มทุกการขับขี่